Posts

Microsoft เตือน การโจมตี Ransomware กำลังพัฒนาไปสู่ Human-operated Ransomware

Image
  จาก การศึกษาล่าสุด ในปี 2021 นี้ Microsoft พบว่าการโจมตี Ransomware กำลังพัฒนาไปสู่การโจมตีแบบ Human-operated Ransomware ที่มีมนุษย์เป็นผู้นำปฏิบัติการ พร้อมการขู่กรรโชกหลากหลายแบบ และมุ่งเป้าสร้างความเสียหายทั้งข้อมูลและชื่อเสียงขององค์กร คาดการณ์ว่า Ransomware จะสร้างความเสียหายสูงถึง 8.9 ล้านล้านบาทภายในปี 2031 Microsoft เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของ Ransomware จากการหว่านการโจมตีไปทั่ว ไปสู่การโจมตีที่มีมนุษย์เป็นผู้นำปฏิบัติการ (Human-operated) มากขึ้น ทั้งยังมุ่งเป้าโจมตีทั้งระบบขององค์กรแทนที่จะเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวหรือคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล โดยอาศัยช่องโหว่ด้านความมั่นคงปลอดภัยรุกล้ำเข้าไป ก่อนที่จะแฝงตัวและจู่โจมข้อมูลที่สำคัญที่สุดขององค์กร การโจมตี Human-operated Ransomware แบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน คือ เข้าถึงระบบเครือข่ายขององค์กรผ่านช่องโหว่หรือ Social Engineering เช่น อีเมล เว็บ Phishing ซ่อนพรางและแทรกซึมไปยังส่วนต่างๆ ของระบบเครือข่ายเพื่อขโมยข้อมูลล็อกอินและยกระดับสิทธิ์ให้สูงขึ้น เข้าถึงข้อมูลสำคัญ ขโมย และเข้ารหัส แล้วเรียกค่าไถ่ เมื่อข้อมูลที่สำคัญขององค์กรถูกโจ...

ผลสำรวจเผย จำนวนช่องโหว่ในปี 2021 ทำสถิติสูงสุด

Image
  ผลสำรวจจาก Redscan Cyber Security เผย จำนวนช่องโหว่ในปี 2021 ทำสถิติสูงสุด จำนวนช่องโหว่ที่ได้รับรายงานเป็น CVE ในปี 2021 มีมากถึง 18,378 ช่องโหว่ อย่างไรก็ตามจำนวน CVE ที่มีความรุนแรงระดับ High-severity นั้นมีจำนวนลดลงจาก 4,381 CVE เมื่อปี 2020 เหลือเพียง 3,646 CVE ในปีนี้ ส่วน Medium-risk มีจำนวน 11,767 CVE และ Low-risk มีจำนวน 2,965 CVE เพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยมีค่าเฉลี่ยการเพิ่มขึ้นประมาณ 50 CVE ต่อวัน จำนวน CVE แบบ “No privilege” นั้นมีจำนวนลดลงในแต่ละปีที่ผ่านมา ปัจจุบันอยู่ที่ 55% ส่วน CVE ที่เน้นขโมยข้อมูลความลับก็ลดลงเหลือ 53% เท่านั้น และกว่า 61% ของช่องโหว่นั้นอาศัยการสั่งการจากผู้ใช้งาน เช่น การคลิก Link หรือการกรอกข้อมูล Credential จำนวนช่องโหว่ที่เพิ่มขึ้นนั้นไม่เป็นที่น่าแปลกใจนัก เนื่องจากปัจจุบันมีการเติบโตในฝั่งเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ที่น่าเป็นห่วงคือการอุดช่องโหว่ของซอฟต์แวร์ต่างๆของผู้ใช้งานที่บางครั้งอาจละเลยหรือไม่มีการจัดการอย่างเหมาะสม เนื่องจากผู้ไม่หวังดีจะมุ่งเป้าเข้าโจมตีอุปกรณ์หรือระบบที่ยังไม่ได้รับการแพตช์ช่องโหว่เป็นหลัก ที่มา:  htt...

Apple ยื่นฟ้อง NSO Group ผู้พัฒนา Pegasus Spyware

Image
  Apple ยื่นฟ้อง NSO Group ผู้พัฒนา Pegasus Spyware เป็นเงิน 10 ล้านเหรียญ และไม่อนุญาตให้ใช้งานอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ของ Apple อีกต่อไป NSO Group เป็นผู้รับจ้างพัฒนา Spyware และช่องโหว่ต่างๆให้กับหน่วยงานรัฐบาลหลายประเทศ โดยก่อนหน้านี้มีกรณีการใช้งาน Pegasus Spyware ซึ่งใช้ช่องโหว่ของ Safari, iOS และ macOS ในเจาะเข้าไปในเครื่อง ทำให้สามารถติดตามทุกกิจกรรมของผู้ใช้งานที่เกิดขึ้นบนอุปกรณ์ได้ โดย Apple กล่าวว่าการกระทำในครั้งนี้ทาง NSO Group นั้นใช้เงินจำนวนมากทำในสิ่งที่ไม่มีควาามรับผิดชอบ ถึงแม้ว่าอุปกรณ์ที่ได้รับผลกระทบจะเป็นเพียงส่วนน้อย แต่ Apple ต้องการปกป้องข้อมูลของลูกค้าให้ได้มากที่สุด Apple ได้ยื่นฟ้อง NSO Group เนื่องจากมีการพัฒนา FORCEDENTRY เพื่อใช้ในการ exploit เข้าอุปกรณ์ Apple โดยมีการสร้าง Apple ID และส่งข้อมูลที่ไม่ปลอดภัยให้กับเครื่องเหยื่อ ส่งผลให้สามารถติดตั้ง Pegasus Spyware ลงบนเครื่องนั้นๆได้ ซึ่งเป็นการใช้งาน Server ของ Apple ในทางที่ผิด โดยจะเรียกร้องเป็นเงินค่าปรับประมาณ 10 ล้านเหรียญ และปรับตามความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยจะไม่อนุญาตให้ใช้งานอุปกรณ์และซอฟต์แวร์ข...

นักวิจัยเผยวิธีการใหม่ ‘Trojan Source’ เสริมศักยภาพการทำ Supply Chain Attack

Image
  Ross Anderson และ Nicholas Boucher นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Cambridge ได้ตีพิมพ์งานวิจัยเผยถึงวิธีการใหม่ที่สามารถช่วยให้คนร้ายสร้างช่องโหว่ในโค้ดอย่างตรวจจับได้ยาก ไอเดียของวิธีการโจมตีแบบใหม่นี้เป็นการช่วยให้คนร้ายหรือมัลแวร์สามารถแก้ไขโค้ด โดยการใช้ Unicode ซึ่งคอมไพเลอร์ส่วนใหญ่สามารถแปลความและทำงานได้อยู่แล้ว เพียงแต่มนุษย์จะเข้าใจหรือตรวจจับได้ยากเมื่อลอจิกเปลี่ยนไปหรือมีตัวอักษรคล้ายๆกัน แต่อันที่จริงแล้ว Unicode แตกต่างกัน ด้วยเหตุนี้เองจึงอาจเป็นอันตรายต่อซอฟต์แวร์โอเพ่นซอร์สทั้งหลาย หรืออาจนำไปใช้ในการโจมตี Supply Chain Attack ได้ 2 วิธีการที่ผู้เชี่ยวชาญพูดถึงคือ CVE-2021-42574 (Bidi Override)  – เป็นการใช้ Unicode Control เพื่อเปลี่ยนแปลงทิศทางการทำงาน เช่น LRE (Left-to-Right) และ RLE (Right-to-left) ซึ่งมนุษย์จะมองไม่เห็นอักขระ LRI/RLI พวกนี้แต่คอมไพเลอร์ยังทำงานได้เพราะยังคงถูกหลักการภาษา ดูความแตกต่างได้ตามภาพประกอบ  สำหรับ 3 เทคนิคที่นักวิจัยค้นพบกับการปรับเปลี่ยนลำดับโค้ดมีดังนี้ Early Return – ซ่อนการ ‘return’ ไว้ในคอมเม้นต์ Comment Out – แอบเก็บโค้ดสำคั...

รู้จักกับ ZTNA หนึ่งในหัวใจสำคัญแห่ง Zero Trust และความสามารถที่เหนือกว่า VPN

Image
  ทุกวันนี้ Vendor ด้านไอทีส่วนใหญ่กำลังมุ่งหน้าไปกับคำว่า Zero Trust อย่างไรก็ดีอีกคำหนึ่งที่เราได้ยินกันมากขึ้นเรื่อยๆ ก็คือคำศัพท์เรื่อง Zero Trust Network Access (ZTNA) วันนี้เราจะพาท่านมารู้จักกับความหมายของ ZTNA ซึ่งถือเป็นเสาหลักหนึ่งในการทำ Zero Trust มาดูกันว่าจะเกี่ยวข้องกันอย่างไร และจุดเด่นของ ZTNA เทียบกับ VPN ณ บทความนี้จะไม่ขอกล่าวถึงความหมายของ Zero Trust มากนัก แต่คร่าวๆคือเป็นเพียงคอนเซปต์การที่ไม่เชื่อถือในอุปกรณ์ หรือตัวบุคคลใด ซึ่งสมัยก่อนเรามักเชื่อโดยพื้นฐานว่าการใช้งานอุปกรณ์จากในองค์กรนั้นเชื่อได้ แต่หากพิจารณาบริบทของทรัพยากรที่เกี่ยวข้องกับองค์กรในปัจจุบันจะเห็นได้ว่า ผู้คน อุปกรณ์ ข้อมูล และทรัพยากรกระจัดกระจายกันอย่างมาก ทั้ง SaaS, Cloud, การทำงานในรูปแบบของ Work from Anywhere หรือ Hybrid Workforce ที่ทำให้องค์กรดูแลเรื่อง Security ได้ยากลำบากมากขึ้นกว่าที่เคย ศึกษาเรื่อง Zero Trust เพิ่มเติมได้ที่  https://www.techtalkthai.com/zero-trust-concept-and-how-to-in-practical-by-cisco/ กล่าวได้ว่า Zero Trust นั้นต้องหลอมรวมจากหลายองค์ประกอบ ซึ่งในมุมของ ...

NSA และ CISA ออกเอกสาร คู่มือเลือกโซลูชัน VPN ให้มั่นคงปลอดภัย

Image
  สำหรับการทำงานจากทางไกลทุกวันนี้หลายองค์กรนั้นได้มีการใช้ VPN เพิ่มมากขึ้น แต่คนร้ายเองก็มุ่งโจมตีในช่องทางนี้เช่นกัน ดังนั้นทาง CISA จึงร่วมมือกับ NSA ออกเอกสารเพื่อแนะนำผู้สนใจถึงการวิธีการเลือกใช้โซลูชัน VPN ที่ยังครอบคลุมไปถึงวิธีการ Hardening โซลูชันเพื่อใช้งาน เอกสารจำนวน 9 หน้ามีชื่อว่า “Selecting and Hardening Remote Access VPN Solutions” ได้แนะนำให้หลีกเลี่ยงโซลูชันที่ไม่มาตรฐานและไม่น่าเชื่อถือ รวมถึงวิธีการใช้งาน VPN ให้ปลอดภัยเช่น แนะนำให้ใช้อัลกอริทึมการเข้ารหัส และ Credentials อย่างแข็งแรง หรือการแพตช์ระบบ จัดเก็บ Log และจำกัดการเข้าถึงอุปกรณ์ VPN นอกจากนี้ยังแนะนำให้ใช้งานเรื่องของ IPS และ WAF เพื่อช่วยเพิ่มระดับการป้องกัน สำหรับผู้สนใจสามารถเข้าไปอ่านกันได้ที่  https://media.defense.gov/2021/Sep/28/2002863184/-1/-1/0/CSI_SELECTING-HARDENING-REMOTE-ACCESS-VPNS-20210928.PDF ที่มา :  https://www.securityweek.com/nsa-cisa-issue-guidance-selecting-and-securing-vpns

พบช่องโหว่ RCE บนกล้อง Hikvision หลายรุ่นแนะผู้ใช้ตรวจสอบอัปเดต

Image
  มีการแจ้งเตือนช่องโหว่ร้ายแรงที่สามารถใช้เข้าลอบรันคำสั่งจากทางไกลบนกล้องยี่ห้อ Hikvision หลายรุ่นจึงแนะนำให้ผู้ใช้งานตรวจสอบ หาทางอัปเดต Firmware ในเวอร์ชันล่าสุดครับ ช่องโหว่ RCE นี้มีหมายเลขอ้างอิง CVE-2021-36260 ความร้ายแรงระดับ 9.8/10 เพราะเพียงแค่คนร้ายสามารถเข้าถึงพอร์ท https ก็สามารถเข้าโจมตีได้โดยไม่ต้องมี username และรหัสผ่าน รวมถึงไม่สามารถตรวจสอบการล็อกอินบนกล้องได้ด้วย แถมคนร้ายยังรันคำสั่งได้มากกว่าเจ้าของกล้องเสียอีกเพราะปกติคำสั่งผ่าน Shell จะถูกกรองคำสั่งขั้นสูงเอาไว้ระดับนึง ปัจจุบันนักวิจัยก็ยังไม่ได้เผยข้อมูลมากกว่านี้เพราะอยากให้มีการแก้ไขให้เรียบร้อยดีก่อน โดยได้ทำงานร่วมกับ Hikvision แล้วซึ่งบริษัทกระตือรือล้นในการแก้ปัญหาอย่างมาก อย่างไรก็ดีแพตช์แก้ไขยังไม่ค่อยชัดเจนครอบคลุม เพราะหน้าเว็บ Global ยังมีความคืบหน้าในการปล่อย Firmware ตามหลังกว่าหน้าเว็บในประเทศจีน อย่างไรก็ตามสำหรับใครที่ใช้กล้องในรุ่นที่ได้รับผลกระทบ สามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์  https://www.hikvision.com/en/support/cybersecurity/security-advisory/security-notification-command-in...